visa blog : สำหรับคนไทยค่ะ
  • Home
  • Blog

surprise announcement จากอิม!!!!!

2/6/2014

 
นับจากวันนี้ (2 มิถุนายน 2014) เป็นต้นไป ไม่สามารถยื่นขอวีซ่าตามลิสข้างล่างได้อีกแล้วนะคะ ทั้งแบบยื่นในประเทศ และยื่นนอกประเทศ

1. Parent visa
2. Aged Parent visa
3. Aged Dependent Relative visa
4. Carer visa
5. Remaining Relative visa


แต่
Contributory Parent visa และ Contributory Aged Parent visa หรือวีซ่าผู้ปกครองแบบเสียตังค์เยอะๆให้รัฐยังอยู่นะคะ  ใครที่เป็น PR หรือ Citizen และอยากให้คุณพ่อคุณแม่มาอยู่ด้วยแบบถาวร ก็ต้องใช้เวลาเก็บตังค์กันหน่อยละค่ะ  ส่วนใครที่อยากเอาญาติผู้ใหญ่หรือญาติสนิทมาอยู่ด้วย หรือมาดูแลคนป่วย ท่าทางจะยากแล้วนะคะ

ณ ตอนนี้ คนเขียนไม่คิดว่าอิมจะออกวีซ่าอะไรมาทดแทนวีซ่าตัวที่หายไป  ถ้ามีอะไรคืบหน้าก็จะมาโพสให้ทราบกันนะคะ

Blog writer: Kanokwan Subhodyana
Immigration Lawyer
www.immigrationsuccessaustralia.com

เมื่อวีซ่านักเรียนถูก Cancelled - student visa cancellation

8/3/2014

 
คงไม่มีใครอยากถูกยกเลิกวีซ่าหรอกนะคะ ทางที่ดีที่สุดคือตั้งใจเรียน ทำattendance ให้ครบตามจำนวนที่กำหนด สอบให้ผ่าน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหา -- สรุปว่าปฏิบัติตามกฏ กติกา แล้วชีวีตจะปลอดภัย และอยู่ในออสเตรเลียได้อย่างมีความสุข

ในกรณีที่ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว วีซ่านักเรียนได้ถูกยกเลิกไปเรียบร้อย ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพยายามแก้ปัญหากันไป คนเขียนมีอดีตนักเรียนหลายคนที่ติดต่อเข้ามาเพราะวีซ่านักเรียนถูกยกเลิก บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่แบบไม่มีวีซ่ามาเป็นปี ที่ติดต่อคนเขียนก็เพราะต้องการทำวีซ่าตัวอื่นเช่น วีซ่าคู่ครอง หรือวีซ่า 457 และก็ได้รู้ตอนที่เข้ามาคุยกับคนเขียนนั่นเองว่าตัวเองเป็นผี (แบบไม่รู้ตัวว่าเป็นผี) มานานมาก โชคดีที่ไม่ถูกจับ ส่งตัวกลับเมืองไทย

กรณีที่เห็นบ่อยก็เช่น เปลี่ยนที่อยู่ และ/หรือ อีเมล์ แต่ไม่ได้แจ้งให้ทางโรงเรียนและอิมทราบ ผลก็คือไม่ได้รับจดหมาย หรือ Notification ที่ทางโรงเรียน หรืออิมส่งมา และวีซ่าก็ถูกยกเลิกในที่สุด  ในกรณีที่ถือวีซ่าติดตามแฟน หากวีซ่าหลักถูกยกเลิก วีซ่าของคนที่ติดตามก็จะถูกยกเลิกตามไปด้วย

สำหรับอดีตนักเรียนหมาดๆ ที่วีซ่าเพิ่งจะถูกยกเลิกไป เราต้องคิดเร็ว และทำเร็วค่ะ เพราะต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ถือว่าได้รับ Notification ตามกฏหมาย
   
คนเขียนเสียดายแทนน้องหลายๆคน ที่ปล่อยให้ตัวเองพลาดอุทธรณ์ -- ในหลายๆเคส แม้เจ้าตัวจะคิดว่าไม่มีหวัง เมื่อเข้ามาคุยกัน ให้คนเขียนสัมภาษณ์แบบเจาะลึก บางเคสต้องบอกว่ามีโอกาสมากที่จะได้วีซ่าคืน เพราะฉะนั้นอย่าเสียโอกาสค่ะ  บางเคสก็เป็นเพียงแค่การชลอเวลากลับเมืองไทย สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ อย่าเพิ่งถอดใจค่ะ และควรขอคำแนะนำจาก Professional โดยเร็วที่สุด

มีน้องบางคนบอกว่าไปปรึกษา Migration Agent แล้ว แต่ Agent บอกว่าเคสไม่มีหวัง เลยไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ คนเขียนอยากจะเปรียบเทียบการใช้บริการด้านนี้กับการไปหาหมอ อะไรที่สำคัญกับชีวิตและอนาคต ก็ควรมี Second opinion หรือ Third opinion เพราะหมอแต่ละคนก็มีความเห็น มุมมอง และวิธีการรักษาแตกต่างกันไป ไม่ต่างจาก Immigration Lawyer หรือ Migration Agent หรอกค่ะ  คนที่บอกว่าหมดหวัง เค้าอาจจะคิดแบบนั้นจริงๆ จะด้วยประสบการณ์ที่แตกต่าง มุมมองเฉพาะตัว หรืออาจจะไม่ได้สัมภาษณ์กันแบบเจาะลึก หลายๆครั้งเมื่อลงลึกในแต่ละเคส จากที่เหมือนจะไม่มีทางออกและหมดหวัง กลับกลายเป็นพอมีความหวัง แน่นอนว่าคงไม่มี Professional คนไหนรับประกันได้ว่าน้องจะได้วีซ่าคืนแน่ๆ แต่เมื่อมีความหวัง และยังอยากจะอยู่ที่นี่ต่อ ก็ต้องลุยไปข้างหน้า - ยื่นอุทธรณ์ (หรือไม่ก็แพ็คกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน) 

Visa Cancellation ในความเห็นของคนเขียนถือเป็น Complex case คือเคสที่มีความซับซ้อน เนื่องจากว่าเมื่อวีซ่าถูกยกเลิกแล้ว ผลกระทบที่ตามมาก็คือ Section 48 Bar (คืออะไร?? อ่านได้ ที่นี่ ค่ะ) ยังไม่หมดค่ะ ยังถูก Bar ไม่ให้สมัครวีซ่าอีกหลายๆชนิด (รวมถึงวีซ่า 457) ในระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วีซ่าถูกยกเลิกด้วย ไม่ว่าจะยื่นใน หรือนอกประเทศออสเตรเลีย ในบางเคสก็อาจจะถูก Bar ด้วยกฏตัวอื่นๆเพิ่มขึ้นมาอีก

เห็นมั๊ยคะว่าเคสวีซ่า Cancellation นั้นไม่ง่ายเลย ยื่นอุทธรณ์ไปแล้วก็ไม่ควรปล่อยเลยตามเลย แต่ควรมีการวางแผนการใช้ชีวิตระหว่างรอ เพื่อที่จะทำให้เคสของเรามีความหวังมากที่สุด และมองหา Backup plan แต่ละเคส Backup plan ไม่เหมือนกันค่ะ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะตัวของเคสนั้นๆ

Blog writer: Kanokwan Subhodyana
Immigration Lawyer
www.immigrationsuccessaustralia.com

จะเลือก Registered Migration Agent หรือ Immigration Lawyer คนไหนดี

10/10/2013

 
อยากจะบอกว่าเลือกคนเขียนสิคะ ....... เอ่อ... ไม่ใช่ค่ะ ....... ตามนี้ค่ะ
  1. ราคา ... ถูกอย่างเดียวไม่พอ เพราะส่วนใหญ่แล้วคุณภาพก็สมราคา ของถูกและดีไม่ใช่ไม่มี แต่หายากค่ะ ถ้าราคาถูกแล้วเค้าไม่ใส่ใจเรา ไม่ทำเคสเราอย่างเต็มที่ หรือถูกเพราะรู้งูๆปลาๆ .... คนเขียนว่าแพงนะ
  2. เข้าไปคุยค่ะ ... ถามให้มาก จะเสียตังค์ใช้บริการทั้งทีก็เพราะเราอยากได้วีซ่า เพราะฉะนั้นก็หาคนที่เราคิดว่าเค้ามีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์พอ เค้าใส่ใจเราหรือไม่ ถ้าในออฟฟิตมีพนักงานหลายคน ใครจะเป็นดูแลเคสของเรา ถ้าเรามีคำถามใครจะเป็นคนตอบคำถามเรา อย่างลืมว่าไม่ใช่ทุกคนในออฟฟิตจะเป็น Registered Migration Agent (RMA) หรือ Immigration Lawyer ทุกคน และถึงจะเป็นก็ไม่ใช่ทุกคนจะมีความรู้ ความสามารถเท่ากัน
  3. ทำการบ้านก่อนเข้าไปคุยค่ะ ..... ถ้าเรารู้รายละเอียดของวีซ่าที่เราจะสมัครมาบ้างแล้ว จะทำให้เราพิจารณาได้ง่ายขึ้นว่าคนที่อยู่ต่อหน้าเรารู้มาก รู้จริงแค่ไหน หรือให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกับเรา
  4. หลังจากที่เราคุยกับเค้า นอกเหนือจากราคา และความรู้ความสามารถแล้ว เรารู้สึกยังไงกับเค้า เราชอบ Style การทำงานของเค้าหรือไม่ อย่าลืมว่าคนที่เราเลือกจะเป็นคนดูแลเคสของเรา และทำงานกับเราไปอีกหลายเดือน หรืออาจจะเป็นปี ... หรือหลายปี  ถ้าเรารู้สึกอึดอัด ไม่กล้าถาม ไม่กล้าตาม หรือเค้าทำให้เรารู้สึกกลัว ไปหาคนอื่นค่ะ ..... แน่นอนว่า Registered Migration Agent หรือ Immigration Lawyer ไม่ใช่เพื่อนเรา และคงไม่มานั่งคุยเล่นในลักษณะเพื่อน แต่ควรจะเป็นคนที่ Approachable หรือเราสามารถเข้าถึงได้ โดยที่ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ  ถ้าการสื่อสารขัดข้อง จะทำงานร่วมกันยังไงให้ออกมาดี ถูกมั๊ยคะ
  5. หา feedback ค่ะ ถามเพื่อน หรือคนที่เคยใช้บริการ ว่าคนๆนั้นทำงานเป็นยังไง มีประสบการณ์หรือไม่ และจะดูแลเคสของเราได้ดีแค่ไหน
  6. ถ้า RMA หรือ Immigration Lawyer คนไหน รับรอง (Guarantee) ว่า ได้วีซ่าแน่ๆ ถอยออกมาตั้งหลักค่ะ  ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถ Guarantee ได้ว่าคุณจะได้วีซ่าแน่ๆ เพราะแต่ละเคสมีเงื่อนไข ปัจจัยมากมายที่ต้องพิจารณา ทั้งตัวลูกความเอง ข้อมูลที่่ให้มา คุณภาพของเอกสารที่มี รวมถึงเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่พิจารณาเคสของเรา และกฏหมายข้อบังคับที่อาจจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้  ที่สำคัญที่สุดกฏข้อบังคับมารยาทของ RMA ไม่อนุญาติให้ RMA Guarantee ค่ะ .... สำหรับคนเขียน ไม่เคยรับรองใครเลยค่ะว่าถ้าให้คนเขียนทำเคสให้จะได้วีซ่าแน่ๆ (แม้ในบางเคส จากประสบการณ์จะรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงเคสนี้ก็ต้องผ่าน) คนเขียนบอกได้เพียงว่าจะดูแลเคสอย่างใส่ใจ  และจะทำให้ดีที่สุด .... สำหรับ Style การทำงานของคนเขียน ... ถ้าเคสซับซ้อน มีความเสี่ยงสูงก็จะบอกตามนั้น มีความเสี่ยงน้อยมีความเป็นไปได้สูงก็บอกตามนั้นเหมือนกัน .... ชอบที่จะให้ลูกความอยู่ในโลกแห่งความจริงค่ะ ตกลงมาจะได้ไม่เจ็บมาก
  7. ถ้าตกลงใจได้แล้วว่าคนนี้แหละใช่เลย .... อ่านสัญญาค่ะ อย่าหลับหูหลับตาเซ็น ถ้ามีคำถาม ถามค่ะ เพราะสัญญาผูกมัดทั้งสองฝ่าย  ถ้าถูกเร่งรัดให้เซ็น หรือเค้าไม่พอใจที่เรามีคำถาม ถอยออกมาตั้งหลักค่ะ ถามตัวเองว่าเราจะทำงานร่วมกันไปอีกหลายเดือน หรือปีกับคนๆนี้ได้มั๊ย  อย่าลืมว่า RMA หรือ Immigration Agent ไม่มีเวทมนต์ที่จะเสกเอกสารประกอบการยื่นวีซ่าให้เราได้ เค้าต้องได้เอกสาร(ที่มีคุณภาพ)จากเรา แต่ถ้าเค้าไม่บอกว่าเอกสารที่มีคุณภาพที่เค้าต้องการจากเราคืออะไร เราก็ไม่มีให้เค้า  ... ที่อยากจะบอกก็คือ การสื่อสารระหว่างกันเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ถ้าสื่อสารกันไม่ได้ แล้วจะทำงานด้วยกันอย่างไร ???????

หวังว่าข้อมูลนี้จะมีประโยชน์แก่คนที่กำลังมองหา RMA หรือ Immigration Lawyer บ้างนะคะ
ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ  .....Seek and you shall find.....

Blog writer: Kanokwan Subhodyana
Immigration Lawyer
www.immigrationsuccessaustralia.com

จะยื่นวีซ่า จำเป็นต้องใช้ Migration Agent หรือไม่

10/10/2013

 
คำตอบคงแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนตอบแต่ถ้าถามคนเขียน แน่นอนว่าคำตอบต้องเป็นว่า "ควรจะ" หรือในบางกรณี "ต้องใช้" ถ้าไม่อยากเสียเงิน เสียเวลา เสียประวัติ และในบางเคสเสียอนาคตที่จะได้อยู่ในประเทศนี้

การที่เรายื่นขอวีซ่าแล้วจะได้หรือไม่ได้วีซ่านั้น อิมพิจารณาอยู่บนพื้นฐานของ:-
    1.  ตัวบทกฏหมายคนเข้าเมือง และ
    2.  นโยบายของรัฐบาลในช่วงเวลานั้นๆ 
อย่างที่เคยกล่าวมาแล้ว บางครั้งเรายื่นเอกสารตาม checklist ที่หาได้จากเวปของอิม ไม่เพียงพอ และมีหลายเคสที่ถูกปฏิเสธทั้งที่ยื่นเอกสารทุกอย่างที่อิมต้องการ  เหตุผลส่วนใหญ่ของการถูกปฏิเสธก็เพราะเอกสารที่ยื่นไปไม่มีคุณภาพ

ในความเห็นของคนเขียนนะคะ คนที่อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้บริการของ Registered Migration Agent (RMA) หรือ Immigration Lawyer ก็คือคนที่ยื่นวีซ่าที่ไม่มีความซับซ้อนมาก เช่นวีซ่าท่องเที่ยว, อ่านข้อมูลจากอิมแล้วเข้าใจ, และไม่ได้มีประวัติทางอิมมิเกรชั่นที่ซับซ้อน เช่นไม่เคยถูกปฏิเสธ หรือยกเลิกวีซ่า, ไม่เป็นผี, วีซ่าตัวปัจจุบันไม่มีเงื่อนไขที่ทำให้ยากต่อการยื่น

คนที่ "ควรจะ" หรือ "ต้องใช้" บริการของ Professional ก็คือคนที่ยื่นวีซ่าที่ค่อนข้างซับซ้อน และมีข้อกำหนดมากมาย เช่น 457, ENS, RSMS, Partner visa และคนที่มีประวัติทางอิมมิเกรชั่นที่ยุ่งเหยิง ส่วนใหญ่เจ้าตัวจะรู้ดีว่าประวัติตัวเองมีความเสี่ยงหรือไม่

ยกตัวอย่าง Partner visa

หลายคนอาจจะเถียงอยู่ในใจว่า Partner visa ง่ายนิดเดียวทำเองก็ได้  สำหรับคนเขียนคิดว่าจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ขึ้นอยู่กับเคสแต่ละเคส  คนที่ทำเองและได้วีซ่ามาแล้ว ก็ต้องว่าง่ายล่ะ  คนที่ทำเองแล้วถูกปฏิเสธมา ก็มานั่งเสียใจว่า รู้อย่างงี้ใช้บริการ Professional ตั้งแต่แรกดีกว่า

คนเขียนมีคนที่ถูกปฏิเสธ Partner visa ติดต่อเข้ามามากมาย บางคนก็ใช้บริการ Agent ที่ไม่ใส่ใจ ไม่ตาม และสะเพร่าในการทำงาน บางคนก็อ่านเอง ทำเอง, ทำตามเพื่อนบอก, แฟนออสซี่ยืนยันว่าเค้าทำได้ สารพัดเหตุผล ......ปัญหาก็คือ เมื่อมาถึงจุดที่ถูกปฏิเสธวีซ่า บางเคสก็โชคดีพอมีทางแก้ไข แต่เสียตังค์เพิ่ม และแน่นอนเสียเวลา ..... บางเคสก็ไม่มีทางแก้ นอกจากจะต้องออกจากประเทศออสเตรเลีย

เมื่อเร็วๆนี้คนเขียนได้ให้คำปรึกษากับลูกความชาวเม็กซิกัน ซึ่งมาหาคนเขียนหลังจากที่ได้ยื่น Partner visa เข้าไปเอง รอมาปีกว่า ก็ได้รับจดหมายจากอิมขอเอกสารเพิ่มเติม เจ้าตัวเริ่มกังวลว่าควรยื่นเอกสารอะไรบ้าง เพื่อที่วีซ่าจะได้ผ่านแน่ๆ  หลังจากคนเขียนได้อ่านจดหมายจากอิม และซักถามประวัติอยู่ชั่วโมงกว่า ก็สรุปได้ว่า....ไม่ว่ายื่นเอกสารอะไรเข้าไปเคสนี้ก็ไม่ผ่าน (ถ้าผ่านก็ฟลุกล่ะ)  ลูกความร้องไห้ พร้อมบอกคนเขียนว่าก่อนยื่นก็ไปหา Agent มา Agent บอกว่าไม่มีปัญหายื่นได้ เจ้าตัวก็เลยยื่นเอง คนเขียนก็ตอบไม่ได้ (เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์) ว่า Agent คนนั้นไม่ดูเคสให้ละเอียด หรือไม่เชี่ยวชาญพอเลยให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือให้ข้อมูลถูกต้อง แต่ลูกความต้องการประหยัดเลยทำไปตามมีตามเกิด (และตามความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง)  ผลสุดท้ายเคสนี้แทนที่จะเป็นการประหยัดตังค์ กลายเป็นเคสที่ทั้งแพง เพราะจะต้องเสียตังค์ซ้ำซ้อน และเสียเวลาไปอีกอย่างน้อยๆ 2-3 ปี .....  ณ จุดนี้จะไม่ให้ Professional ทำก็ไม่ได้แล้ว เพราะกลายเป็น Complex case ซึ่งแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายสูงไปตามความยากของงาน ..... ถามว่าคุ้มกันไหม กับเวลาที่เสียไป

นอกจากปัญหาวุ่นวายนี้แล้ว ตลอดเวลาปีว่าที่รอเรื่องมา ลูกความท่านนี้ถือ Bridging visa ที่ไม่สามารถทำงานได้ ด้วยความไม่รู้ และไม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ก็ทำงานหลบๆซ่อนๆ เสี่ยงต่อการถูกจับมาปีกว่า ทั้งๆที่ไม่จำเป็นเลย เพราะลูกความท่านนี้จริงๆแล้วสามารถที่จะขอเปลี่ยนเงื่อนไขให้ทำงานได้

บางครั้งความไม่รู้ ทำให้เราพลาดสิ่งที่ไม่ควรจะพลาด เสียโอกาสที่ไม่ควรจะเสีย

คนเขียนไม่ได้บอกว่าทุกคนจำเป็นต้องใช้บริการของ Registered Migration Agent หรือ Immigration Lawyer นะคะ  แต่ละคนก็ต้องใช้วิจารณญานของตัวเอง ว่าเคสของเราจำเป็นต้องใช้บริการของ Professional หรือไม่  เราเข้าใจข้อกฏหมายและนโยบายที่อิมจะเอามาปรับใช้แค่ไหน และยอมรับความเสี่ยงที่จะทำเองและอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้หรือไม่

คนเขียนแค่รู้สึกเสียดายโอกาสของหลายๆคน ที่ถ้าทำให้ถูกต้องตั้งแต่แรก ก็คงไม่มาอยู่ที่จุดนี้ที่ต้องเสียตังค์ซ้ำซ้อน และชีวิตก็จะยังไม่แน่นอนไปอีกหลายปี

สำหรับคนที่เดินผิดพลาด เอาใจช่วยค่ะ
สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะทำเองดีหรือไม่ คิดให้ถี่ถ้วน อ่านแล้วอ่านอีก ถ้ามั่นใจ ลุยเลยค่ะ แต่อย่าทำอะไรครึ่งๆกลางๆ ถ้าจะทำเองทำให้ดีที่สุด จะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง ถ้าไม่มั่นใจในความสามารถตัวเอง ใช้บริการ Professional ค่ะ มีมากมายทั้งคนไทย และชาติอื่น รวมถึงออสซี่ด้วย

Blog ถัดไป .... วิธีเลือก Registered Migration Agent / Immigration Lawyer ....

Blog writer: Kanokwan Subhodyana
Immigration Lawyer
www.immigrationsuccessaustralia.com

Decision-ready application ------ what is it?

20/9/2013

 
Decision-ready application มันคืออะไร

หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินมาแล้ว หลายๆคนอาจจะเพิ่งเคยได้ยิน(อ่าน)เป็นครั้งแรก  Decision-ready application ก็ตามชื่อเลยค่ะ มันคือการยื่นใบสมัครวีซ่าพร้อมกับเอกสารทุกอย่างที่อิมจะใช้ในการประกอบการพิจารณา และตัดสินเคสได้เลย โดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติมภายหลัง

ประโยชน์ของการยื่น Decision-ready application ก็คือใบสมัครของเราอาจจะได้รับการพิจารณาเร็วขึ้น ดังนั้นสำหรับคนที่อยากได้วี่ซ่าอย่างรวดเร็วก็ควรจะพยายามที่จะยื่นเอกสารทุกอย่างเข้าไปพร้อมกับใบสมัครค่ะ  แต่...

โดยส่วนตัวแล้วคนเขียนนิยมยื่น Decision-ready application ค่ะ  ลูกความที่ใช้บริการของคนเขียนจะทราบดี และได้ยินคำว่า Decision-ready application ตั้งแต่วันแรกๆที่คุยกันเลยทีเดียว ทำไม???

1. การเห็นเอกสารทุกอย่าง และเอาเอกสารนั้นมาประกอบการพิจารณาก่อนยื่น ทำให้เรารู้ว่าจุดอ่อนของเคสเราอยู่ตรงไหน มีอะไรบ้างที่จะช่วยทำให้เคสเรามีโอกาสมากขึ้น
2. ลูกความได้วีซ่าเร็วขึ้น ข้อนี้สำคัญค่ะ  ใครๆก็อยากได้วีซ่าเร็วๆ เพราะได้แล้ว ก็สามารถวางแผนชีวิต และทำในสิ่งที่อยากทำ หรือต้องทำได้เร็วขึ้น เช่นบางคนหางานไม่ได้ เพราะนายจ้างไม่อยากรับคนที่ถือ Bridging visa  บางคนอยากทำธุรกิจส่วนตัว แต่ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะมีปัญหาหากไม่ได้วีซ่า

...แต่ ขอย้ำว่าการยื่นเอกสารครบ (Decision-ready application) ไม่ได้หมายความว่าจะได้วีซ่าเร็วขึ้น แต่แปลว่าจะได้รับการพิจารณาเร็วขึ้น ส่วนจะได้วีซ่าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเอกสารที่เรายื่นเข้าไปเป็นเอกสารที่มีคุณภาพหรือไม่ บางครั้งและบ่อยครั้งที่เอกสารตาม Checklist ไม่เพียงพอ

มีลูกความหลายคนที่ติดต่อเข้ามาหาคนเขียนหลังจากถูกอิมปฏิเสธวีซ่า พร้อมกับบอกคนเขียนว่า "ไม่เข้าใจทำไมถูกปฏิเสธ ก็ยื่นเอกสารทุกอย่างตาม Checklist" พอคนเขียนอ่านเหตุผลของอิมที่ปฏิเสธวีซ่า และดูเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่น ก็ถึงบางอ้อ คิดได้เหมือนอิม เพราะเอกสารไม่พอ และ/หรือ ไม่มีคุณภาพค่ะ

ปีนี้อิมได้ขึ้นราคาค่าใบสมัครเกือบทุกวีซ่าซะแพงลิบลิ่ว แพงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน สิ่งที่ผู้สมัครทำได้ก็คือพยายามยื่นใบสมัคร และเอกสารประกอบที่มีคุณภาพมากที่สุด เพื่อที่จะได้มีโอกาสที่จะได้วีซ่ามากที่สุด & เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปเสียตังค์เพิ่มเป็นค่าอุทธรณ์ หรือค่าวีซ่าตัวอื่น 

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นค่ะ ขอให้ทุกคนโชคดี และได้วีซ่าสมใจนะคะ

Blog writer: Kanokwan Subhodyana
Immigration Lawyer
www.immigrationsuccessaustralia.com

Section 48 Bar คืออะไร

31/7/2013

 
คนเขียนกำลังมองหาทางออกให้น้องคนนึง ซึ่งอยู่เป็นผีมาหลายปี ซึ่งต้องลงไปดูหลายข้อกฏหมาย เลยนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ post เรื่อง Section 48 bar ที่สัญญาไว้เมื่อวันที่ 19/07/13

แล้วตกลง Section 48 Bar มันคืออะไร และสำคัญอย่างไร

Section 48 หรือมาตรา 48 ของกฏหมายคนเข้าเมือง เขียนไว้ว่า
คนที่ไม่ได้ถือ Substantive visa (ซึ่งก็คือวีซ่าทั้งหลาย ที่ไม่ใช่ Bridging visa) และนับจากที่เข้ามาในประเทศออสเตรเลียครั้งล่าสุด หากได้ถูกปฏิเสธ หรือยกเลิกวีซ่า คนเหล่านี้ไม่สามารถต่อวีซ่าในประเทศออสเตรเลียได้ ยกเว้นวีซ่าบางประเภทเท่านั้น

ป.ล. ถูกปฏิเสธ กับถูกยกเลิกวีซ่า ความหมายต่างกันนะคะ อ่านได้ที่ post แรก 14/06/13 ค่ะ

ในความเห็นคนเขียนนะคะ การปล่อยให้วีซ่าถูกปฏิเสธ หรือถูกยกเลิก โดยที่ไม่คิดให้ถี่ถ้วน หรือพยายามหาทางออกอื่น (ถ้ามี) ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยค่ะ เพราะท้ายที่สุดแล้วเจ้าตัวอาจจะได้รับผลกระทบของมาตรา 48 ไม่สามารถยื่นวีซ่าในประเทศออสเตรเลียได้

ก็ยื่นนอกประเทศสิ ไม่เห็นมีปัญหา???

อาจจะมี หรือไม่มีปัญหา ตอบไม่ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละเคส ขึ้นอยู่กับความจำเป็น และความอยากที่จะกลับเข้ามาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย  ปัญหาที่เห็นคือ
1.     วีซ่าบางประเภทหากยื่นนอกประเทศแล้วไม่ผ่าน ผู้ยื่นไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ยกเว้นว่าจะมีความผิดพลาดทางข้อกฏหมายเกิดขึ้น ซึ่งค่าใช้จ่ายก็จะสูง  ในขณะที่วีซ่าประเภทเดียวกัน หากยื่นในประเทศออสเตรเลีย แล้วถูกปฏิเสธจะมีสิทธิอุทธรณ์ (แต่ถ้าถูก Section 48 Bar ซะแล้ว ก็ไม่สามารถยื่นได้  ถูกมั๊ยคะ)
2.     วีซ่าบางประเภทแม้จะยื่นนอกประเทศ แล้วไม่ผ่านก็มีสิทธิอุทธรณ์ แต่การอุทธรณ์ส่วนใหญ่ใช้เวลานานค่ะ 12-15 เดือน ซึ่งผู้อุทธรณ์ส่วนใหญ่ก็จะไม่สามารถขอวีซ่ากลับเข้ามาในประเทศออสเตรเลียได้ในระหว่างอุทธรณ์

เพราะฉนั้น หากท่านใดอยู่ในระหว่างอิมพิจารณาเคส และก่ำกึ่ง ว่าจะติด Section 48 Bar ซึ่งที่ทำได้คือ ขอรับคำแนะนำที่ถูกต้องแต่เนิ่นๆค่ะ เพื่อจะได้มีเวลาวางแผนงาน โดยเฉพาะคนที่อยากเป็น PR บางครั้้งเราต้องมองยาว และวางแผนไกลๆค่ะ บางเคสอาจจะไม่มีทางเลือก ยังไงก็ต้องติด Section 48 Bar ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น เราก็ต้องมาแก้ปัญหากันไปหลังติดมาตรา 48 จะมีทางออกยังไง อันนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์รายบุคคลนะคะ

Blog writer: Kanokwan Subhodyana
Immigration Lawyer
www.immigrationsuccessaustralia.com
Forward>>

    Author


    พี่เก๋ - กนกวรรณ ศุโภทยาน เป็นทนายความไทย และทนายความของประเทศออสเตรเลีย (Immigration Lawyer)

    มีประสบการณ์เป็นทนายความเฉพาะทาง ด้าน IMMIGRATION ของประเทศออสเตรเลีย รับวางแผนการขอวีซ่า ยื่นใบสมัครขอวีซ่าทุกประเภท ช่วยเหลือในชั้นอุทธรณ์ที่ Administrative Appeals Tribunal และในชั้นศาลค่ะ

    ต้องการคำแนะนำ หรือความช่วยเหลือ ติดต่อได้ที่ Immigration Success Australia
    mb: 0428 191 889 หรือ www.immigrationsuccessaustralia.com

    Archives

    December 2023
    November 2023
    October 2023
    July 2023
    September 2022
    July 2022
    January 2022
    December 2021
    November 2021
    October 2021
    September 2021
    July 2021
    June 2021
    March 2021
    February 2021
    January 2021
    December 2020
    November 2020
    October 2020
    September 2020
    July 2020
    June 2020
    May 2020
    April 2020
    March 2020
    February 2020
    March 2019
    January 2019
    November 2018
    October 2018
    August 2018
    July 2018
    June 2018
    April 2018
    October 2017
    September 2017
    August 2017
    May 2017
    April 2017
    August 2015
    April 2015
    December 2014
    September 2014
    August 2014
    June 2014
    March 2014
    January 2014
    October 2013
    September 2013
    July 2013
    June 2013

    Categories

    All
    วีซ่า
    อุทธรณ์
    วีซ่าคู่ครอง
    101
    102
    103
    143
    173
    186
    187
    190
    300
    309
    4020
    408
    417
    445
    457
    462
    476
    482
    485
    489
    491
    494
    500
    870
    AAT
    Accountant
    Administrative Appeals Tribunal
    Adoption Visa
    Agriculture Visa
    Approved Nomination
    Australia
    Australian
    Australian Citizenship
    Australian Immigration
    Bar
    Bricklayer
    Bridging Visa
    Bridging Visa A
    Bridging Visa E
    BVA
    BVE
    Changes To Immigration Law
    Changing Courses
    Chef
    Child Visa
    Consolidated Sponsored Occupations List
    COVID 19
    COVID-19
    CSOL
    Decision Ready
    Decision-ready
    Decision Ready Application
    Decision-ready Application
    De Facto Relationship
    Employer Sponsored
    English Exemption
    ENS
    Exercise Physiologist
    Family
    Family Violence
    Federal Circuit Court
    Graduate Work
    GTE
    Hydrogeologist
    Ielts
    Immigration
    Immigration Lawyer
    Judicial Review
    Jurisdictional Error
    Migration Agent
    Migration Review Tribunal
    MRT
    Nomination
    Orphan Relative Visa
    Overstay
    Parent
    Partner Visa
    PIC 4020
    Post Study Work
    Processing Period
    Protection Visa
    Public Interest Criteria
    Public Interest Criterion
    Regional Australia
    Regional Visas
    Registered Migration Agent
    Rma
    RSMS
    Section 48
    Section 48 Bar
    Self Sponsorship
    Skilled Migration
    Skilled Occupations List
    Skilled Work Regional
    Skills Assessment
    SOL
    Sponsor
    Sponsorship
    Student Visa
    Substantive Visa
    Training
    Travel Exemption
    Tsmit
    Unlawful
    Visa Cancellation
    Visa Refusal
    Wall And Floor Tiler
    Working And Holiday Visa

    RSS Feed

Powered by Create your own unique website with customizable templates.